Article
13 กุมภาพันธ์ 2568
SDGs 17 ข้อ มีอะไรบ้าง? เจาะลึกเป้าหมายเพื่อโลกที่ยั่งยืน

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) หรือ Sustainable Development Goals เป็นกรอบการพัฒนาที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นในปี 2015 ประกอบด้วย SDGs 17 เป้าหมาย หลัก และ 169 เป้าหมายย่อย ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้บรรลุภายในปี 2030 เพื่อสร้างความยั่งยืน ความเท่าเทียม และคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคนทั่วโลก
SDGs พัฒนาต่อยอดมาจาก MDGs (Millennium Development Goals) หรือเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ซึ่งเป็นวาระการพัฒนาโลกในช่วงปี 2001-2015 ความแตกต่างสำคัญคือ SDGs มีกระบวนการกำหนดเป้าหมายที่เปิดกว้างและมีส่วนร่วมมากกว่า โดยรวบรวมความคิดเห็นจากผู้คนกว่า 8.5 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ SDGs ยังเป็นเป้าหมายที่ทุกประเทศต้องร่วมกันบรรลุ ไม่ใช่เพียงประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น
ความสำคัญของ SDGs อยู่ที่การเป็น "พิมพ์เขียวเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง เพื่อประชาชนและโลก ณ บัดนี้และต่อไปในอนาคต" SDGs มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญของโลก เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยยึดหลักการ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
การบรรลุ SDGs ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและจัดสรรทรัพยากร ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและนวัตกรรม ภาคประชาสังคมมีบทบาทในการติดตามและผลักดันประเด็นเฉพาะ เช่น สิทธิสตรี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs
แม้ว่าแต่ละเป้าหมายจะมีจุดเน้นที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 17 เป้าหมายมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เช่น การขจัดความยากจน (SDG 1) มีความสัมพันธ์กับการขจัดความหิวโหย (SDG 2) และการส่งเสริมสุขภาพที่ดี (SDG 3) ในขณะที่การส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8)
ในระดับโลก มีตัวอย่างความสำเร็จของ SDGs เช่น การลดลงของความยากจนขั้นรุนแรงจาก 36% ในปี 1990 เหลือ 10% ในปี 2015 สำหรับประเทศไทย มีความก้าวหน้าในหลายด้าน โดยเฉพาะ SDG 1 (ขจัดความยากจน) และ SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) ซึ่งมีสถานะบรรลุเป้าหมายแล้ว นอกจากนี้ ไทยยังมีความก้าวหน้าในด้านพลังงานสะอาด (SDG 7) โดยมีโครงการสำคัญเช่น โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 7,670 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 41,791 กิโลวัตต์
ในประเทศไทย มีโครงการสำคัญที่ตอบโจทย์ SDGs หลายโครงการ ด้านพลังงานสะอาด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้กำกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2018 Rev.1) โดยมีโครงการสำคัญ เช่น โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 7,670 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 41,791 กิโลวัตต์
ด้านนโยบายลดพลาสติก รัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง 7 ชนิดภายในปี 2565 อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายยังเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะการยกเลิกการใช้พลาสติก 4 ชนิดที่ตั้งเป้าไว้ ปัญหาสำคัญคือการขาดมาตรการทางกฎหมายรองรับและการสร้างความตระหนักในหมู่ประชาชน
บทเรียนสำคัญจากการดำเนินงาน SDGs คือความจำเป็นในการบูรณาการนโยบายและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ดร.สุรางค์รัตน์ จากการศึกษาเปรียบเทียบระบบอภิบาล SDGs พบว่าระดับความผูกพันของรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับคะแนน SDG Index โดยประเทศที่ติดอันดับต้นๆ มักมีการกำหนดแผนการที่ชัดเจนในเรื่อง SDGs
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมกับ SDGs ได้หลายวิธี เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การติดตามข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนที่สนับสนุน SDGs ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประชาชนสามารถช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
ในระดับโลก องค์การสหประชาชาติได้พัฒนา SDG Tracker เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของตัวชี้วัด SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย ผ่าน interactive data visualization ที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก และองค์การอนามัยโลก
สำหรับประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำรายงานความก้าวหน้า SDGs ระดับชาติ โดยใช้ข้อมูลตัวชี้วัดของสหประชาชาติและยุทธศาสตร์ชาติมาประเมินสถานะการพัฒนาของแต่ละเป้าหมายย่อย
ตัวชี้วัดสำคัญของแต่ละเป้าหมายมีความหลากหลาย เช่น
อย่างไรก็ตาม การวัดผลและติดตาม SDGs ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น
การสนับสนุนองค์กรและธุรกิจที่ยั่งยืนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วม เช่น การสนับสนุนธุรกิจที่ใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานที่ได้จากธรรมชาติในขั้นตอนการผลิต ซื้อสินค้าจากร้านที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และใช้บริการขนส่งที่ประหยัดพลังงานและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ
ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน SDGs โดยสามารถนำขีดความสามารถหลักและความเชี่ยวชาญทางธุรกิจมาใช้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาชุมชน องค์กรธุรกิจสามารถบูรณาการ SDGs เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงาน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ควรรับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงในวงจรการรายงานของบริษัท
เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้บรรลุเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและรับมือกับอนาคตที่คาดเดาได้ยาก ตัวอย่างการใช้ AI เพื่อสนับสนุน SDGs เช่น Rewire - AI เพื่อจัดการการแสดงความเกลียดชังออนไลน์, ASMSpotter - AI ตรวจตราการทำเหมืองแร่อย่างผิดกฎหมาย, และ NASA Harvest - AI สนับสนุนข้อมูลเพื่อความมั่นคงทางอาหาร
อนาคตของ SDGs ยังมีความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำ การบรรลุเป้าหมายภายในปี 2573 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ความท้าทายสำคัญคือการบูรณาการนโยบายและการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยเร่งการบรรลุเป้าหมาย SDGs ให้ทันกำหนดเวลา
SDGs กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำ จากรายงาน SDG Index 2024 พบว่าโดยเฉลี่ยทั่วโลก มีเพียง 16% ของเป้าหมายย่อย SDGs เท่านั้นที่จะสามารถบรรลุได้ในปี 2573 ขณะที่อีก 84% มีข้อจำกัดหรือมีการพลิกกลับของความก้าวหน้า
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อหลายเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะ SDG13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ซึ่งยังคงมีสถานะท้าทาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร (SDG2) และสุขภาพ (SDG3)
ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอีกปัจจัยที่ท้าทายการบรรลุ SDGs โดยเฉพาะ SDG10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) และ SDG16 (สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง) ซึ่งยังคงมีสถานะท้าทายมาก การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่น่าสนใจในการขับเคลื่อน SDGs ในอนาคต เช่น
เกี่ยวกับ Optiwise
Optiwise ให้บริการที่ปรึกษาด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริการที่ปรึกษาด้าน ESG การออกแบบเว็บไซต์องค์กร (Corporate Website Design) และเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ (IR Website) พร้อมให้คำปรึกษาในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และจัดทำเอกสารสำคัญของบริษัทมหาชน รวมถึงงานประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ Optiwise ติดต่อเราได้ที่นี่
ทำความรู้จัก SDGs: เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคืออะไร?
SDGs หรือ Sustainable Development Goals คือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นในปี 2015 เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาของโลกในช่วง 15 ปี (2015-2030) SDGs ประกอบด้วย 17 เป้าหมายหลักและ 169 เป้าหมายย่อย ครอบคลุมมิติการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมSDGs พัฒนาต่อยอดมาจาก MDGs (Millennium Development Goals) หรือเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ซึ่งเป็นวาระการพัฒนาโลกในช่วงปี 2001-2015 ความแตกต่างสำคัญคือ SDGs มีกระบวนการกำหนดเป้าหมายที่เปิดกว้างและมีส่วนร่วมมากกว่า โดยรวบรวมความคิดเห็นจากผู้คนกว่า 8.5 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ SDGs ยังเป็นเป้าหมายที่ทุกประเทศต้องร่วมกันบรรลุ ไม่ใช่เพียงประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น
ความสำคัญของ SDGs อยู่ที่การเป็น "พิมพ์เขียวเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง เพื่อประชาชนและโลก ณ บัดนี้และต่อไปในอนาคต" SDGs มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญของโลก เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยยึดหลักการ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
การบรรลุ SDGs ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและจัดสรรทรัพยากร ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและนวัตกรรม ภาคประชาสังคมมีบทบาทในการติดตามและผลักดันประเด็นเฉพาะ เช่น สิทธิสตรี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs
SDGs 17 ข้อ มีอะไรบ้าง? สรุปเป้าหมายแต่ละข้อแบบเข้าใจง่าย
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ประกอบด้วย 17 เป้าหมายหลักที่ครอบคลุมมิติการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้- ขจัดความยากจน: มุ่งขจัดความยากจนในทุกรูปแบบ โดยตั้งเป้าลดสัดส่วนประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า $1.90 ต่อวันให้เหลือครึ่งหนึ่งภายในปี 2573
- ขจัดความหิวโหย: เน้นการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการที่ดี รวมถึงการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน
- สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: มุ่งลดอัตราการตายของมารดาและเด็ก จัดการโรคระบาด และส่งเสริมสุขภาพจิต
- การศึกษาที่มีคุณภาพ: ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
- ความเท่าเทียมทางเพศ: มุ่งขจัดการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง
- น้ำสะอาดและสุขาภิบาล: ส่งเสริมการเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและสุขาภิบาลที่เหมาะสม
- พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้: ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน
- งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: ส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
- อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน: ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและนวัตกรรม
- ลดความเหลื่อมล้ำ: มุ่งลดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในและระหว่างประเทศ
- เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน: ส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืน
- การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน: ส่งเสริมรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
- การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: เร่งดำเนินการเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ
- การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล: อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรอย่างยั่งยืน
- การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก: ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ระบบนิเวศบกอย่างยั่งยืน
- สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก: ส่งเสริมสังคมที่สงบสุข ยุติธรรม และครอบคลุม
- ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน: เสริมสร้างความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แม้ว่าแต่ละเป้าหมายจะมีจุดเน้นที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 17 เป้าหมายมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เช่น การขจัดความยากจน (SDG 1) มีความสัมพันธ์กับการขจัดความหิวโหย (SDG 2) และการส่งเสริมสุขภาพที่ดี (SDG 3) ในขณะที่การส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8)
ในระดับโลก มีตัวอย่างความสำเร็จของ SDGs เช่น การลดลงของความยากจนขั้นรุนแรงจาก 36% ในปี 1990 เหลือ 10% ในปี 2015 สำหรับประเทศไทย มีความก้าวหน้าในหลายด้าน โดยเฉพาะ SDG 1 (ขจัดความยากจน) และ SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) ซึ่งมีสถานะบรรลุเป้าหมายแล้ว นอกจากนี้ ไทยยังมีความก้าวหน้าในด้านพลังงานสะอาด (SDG 7) โดยมีโครงการสำคัญเช่น โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 7,670 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 41,791 กิโลวัตต์
ตัวอย่างความสำเร็จของ SDGs ในระดับโลกและประเทศไทย
กลุ่มประเทศนอร์ดิกเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในการดำเนินงานตาม SDGs อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสวีเดน เดนมาร์ก และฟินแลนด์ ติดอันดับ 1-3 ในการจัดอันดับ SDG Index สวีเดนได้พัฒนาแนวคิด "ซิมไบโอซิตี้" ที่บูรณาการการจัดการเมืองทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานอย่างเป็นองค์รวม เช่น การใช้ความร้อนส่วนเกินจากอุตสาหกรรมในครัวเรือน และการนำขยะและน้ำเสียมาผลิตก๊าซชีวภาพ เดนมาร์กประสบความสำเร็จในการจัดการขยะ โดยสามารถรีไซเคิลขยะได้ถึงร้อยละ 60 และใช้ความร้อนจากการเผาขยะผลิตไฟฟ้าได้ร้อยละ 95ในประเทศไทย มีโครงการสำคัญที่ตอบโจทย์ SDGs หลายโครงการ ด้านพลังงานสะอาด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้กำกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2018 Rev.1) โดยมีโครงการสำคัญ เช่น โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 7,670 ราย กำลังผลิตติดตั้งรวม 41,791 กิโลวัตต์
ด้านนโยบายลดพลาสติก รัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง 7 ชนิดภายในปี 2565 อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายยังเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะการยกเลิกการใช้พลาสติก 4 ชนิดที่ตั้งเป้าไว้ ปัญหาสำคัญคือการขาดมาตรการทางกฎหมายรองรับและการสร้างความตระหนักในหมู่ประชาชน
บทเรียนสำคัญจากการดำเนินงาน SDGs คือความจำเป็นในการบูรณาการนโยบายและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ดร.สุรางค์รัตน์ จากการศึกษาเปรียบเทียบระบบอภิบาล SDGs พบว่าระดับความผูกพันของรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับคะแนน SDG Index โดยประเทศที่ติดอันดับต้นๆ มักมีการกำหนดแผนการที่ชัดเจนในเรื่อง SDGs
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมกับ SDGs ได้หลายวิธี เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การติดตามข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนที่สนับสนุน SDGs ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประชาชนสามารถช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
การวัดผลและติดตามความก้าวหน้าของ SDGs
การวัดผลและติดตามความก้าวหน้าของ SDGs เป็นกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีวิธีการประเมินทั้งในระดับประเทศและระดับโลกในระดับโลก องค์การสหประชาชาติได้พัฒนา SDG Tracker เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของตัวชี้วัด SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย ผ่าน interactive data visualization ที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก และองค์การอนามัยโลก
สำหรับประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำรายงานความก้าวหน้า SDGs ระดับชาติ โดยใช้ข้อมูลตัวชี้วัดของสหประชาชาติและยุทธศาสตร์ชาติมาประเมินสถานะการพัฒนาของแต่ละเป้าหมายย่อย
ตัวชี้วัดสำคัญของแต่ละเป้าหมายมีความหลากหลาย เช่น
- SDG 1 (ขจัดความยากจน): สัดส่วนประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า $1.90 ต่อวัน
- SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ): อัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
- SDG 13 (การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ): ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อย่างไรก็ตาม การวัดผลและติดตาม SDGs ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น
- ความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
- ความแตกต่างของวิธีการเก็บข้อมูลระหว่างประเทศ ทำให้การเปรียบเทียบทำได้ยาก
- การขาดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
- ความล่าช้าในการรายงานผล ทำให้ข้อมูลอาจไม่ทันต่อสถานการณ์
เราจะมีส่วนร่วมกับ SDGs ได้อย่างไร?
การบริโภคอย่างยั่งยืนเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ประชาชนทั่วไปสามารถสนับสนุน SDGs ได้ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12 ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยคำนึงถึงคุณค่าของสินค้าและบริการ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การซื้อและบริโภคเท่าที่จำเป็น ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ยากหรือใช้ได้ครั้งเดียว และคัดแยกขยะเพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดและรีไซเคิลการสนับสนุนองค์กรและธุรกิจที่ยั่งยืนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วม เช่น การสนับสนุนธุรกิจที่ใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานที่ได้จากธรรมชาติในขั้นตอนการผลิต ซื้อสินค้าจากร้านที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และใช้บริการขนส่งที่ประหยัดพลังงานและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ
ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน SDGs โดยสามารถนำขีดความสามารถหลักและความเชี่ยวชาญทางธุรกิจมาใช้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาชุมชน องค์กรธุรกิจสามารถบูรณาการ SDGs เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงาน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ควรรับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงในวงจรการรายงานของบริษัท
เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้บรรลุเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและรับมือกับอนาคตที่คาดเดาได้ยาก ตัวอย่างการใช้ AI เพื่อสนับสนุน SDGs เช่น Rewire - AI เพื่อจัดการการแสดงความเกลียดชังออนไลน์, ASMSpotter - AI ตรวจตราการทำเหมืองแร่อย่างผิดกฎหมาย, และ NASA Harvest - AI สนับสนุนข้อมูลเพื่อความมั่นคงทางอาหาร
อนาคตของ SDGs ยังมีความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำ การบรรลุเป้าหมายภายในปี 2573 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ความท้าทายสำคัญคือการบูรณาการนโยบายและการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยเร่งการบรรลุเป้าหมาย SDGs ให้ทันกำหนดเวลา
อนาคตของ SDGs: ทิศทางและความท้าทายข้างหน้า
SDGs กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำ จากรายงาน SDG Index 2024 พบว่าโดยเฉลี่ยทั่วโลก มีเพียง 16% ของเป้าหมายย่อย SDGs เท่านั้นที่จะสามารถบรรลุได้ในปี 2573 ขณะที่อีก 84% มีข้อจำกัดหรือมีการพลิกกลับของความก้าวหน้า
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อหลายเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะ SDG13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ซึ่งยังคงมีสถานะท้าทาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร (SDG2) และสุขภาพ (SDG3)
ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอีกปัจจัยที่ท้าทายการบรรลุ SDGs โดยเฉพาะ SDG10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) และ SDG16 (สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง) ซึ่งยังคงมีสถานะท้าทายมาก การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่น่าสนใจในการขับเคลื่อน SDGs ในอนาคต เช่น
- การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและรับมือกับอนาคตที่คาดเดาได้ยาก
- การบูรณาการ SDGs เข้ากับนโยบายและการวางแผนระดับชาติ โดยเฉพาะในประเทศที่มีความผูกพันของรัฐบาลสูง
- การเพิ่มบทบาทของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อน SDGs ผ่านการบูรณาการเป้าหมายเข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กร
- การสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การบริโภคอย่างยั่งยืน
เกี่ยวกับ Optiwise
Optiwise ให้บริการที่ปรึกษาด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริการที่ปรึกษาด้าน ESG การออกแบบเว็บไซต์องค์กร (Corporate Website Design) และเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ (IR Website) พร้อมให้คำปรึกษาในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และจัดทำเอกสารสำคัญของบริษัทมหาชน รวมถึงงานประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ Optiwise ติดต่อเราได้ที่นี่